การกรวดน้ำ

พิมพ์

คำว่า "กรวดน้ำ" ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ ให้คำจำกัดความไว้ว่า "แผ่ส่วนบุญด้วยวิธีหลั่งน้ำ" การกรวดหรือหลั่งน้ำ มีอยู่ ๔ ประการ

๑.การหลั่งน้ำเพื่อตัดขาดจากกัน เช่น พระนเรศวรมหาราชวีรกษัตริย์ สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ทรงตัดขาดไมตรีกับพม่าเพื่อประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง เมื่อ พ.ศ.๒๑๒๗ โดยวิธีหลั่งน้ำลงบนแผ่นดิน

๒.การหลั่งน้ำยกกรรมสิทธิ์ให้ครอบครอง เช่น เมื่อคราวที่พระบรมศาสดาตรัสรู้พระอนุตตระ สัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ได้เสด็จไปสู่กรุงราชคฤห์ ทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสารพร้อมด้วยราชบริพารให้เลื่อมใสและได้ถวายวัดเวฬุวันเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นที่ประทับและทรงเห็นว่าป่าไม้ไผ่ ที่เรียกว่า "พระราชอุทยานเวฬุวัน" เป็นที่ไม่ไกล้ ไม่ไกลจากชุมชน สมควรเป็นที่อยู่ของสมณะได้

๓.การหลั่งน้ำตั้งความปรารถนา เพื่อให้สำเร็จผลที่ประสงค์ พึงเห็นตัวอย่างในมหาเวสสันดรชาดก

๔.การหลั่งน้ำแผ่กุศล เช่น พระเจ้าพิมพิสารทรงถวายทานแด่พระภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข เพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้บรรดาเปรตซึ่งเป็นพระญาติในชาติก่อน ปรากฎในมังคลัตถทีปนีคัมภีร์ในพระพุทธศาสนาว่า "เมื่อพระราชาทรงหลั่งน้ำทักษิโณทก อุทิศส่วนกุศลว่า "อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ" ขอทานนี้ (บุญนี้) จงสำเร็จ แก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า" วิธีนี้เป็นการแผ่ส่วนกุศลให้แก่ญาติมิตรและสรรพสัตว์ได้ ชื่อว่าเป็นปัตติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการแผ่ส่วนบุญ


เรื่องการกรวดน้ำนั้น มีมาแต่สมัยที่พระพุทธองค์ยังทรงบำเพ็ญเพียรในอดีตชาติ ย้อนตามพุทธประวัติ เมื่อพระองค์ประทับอยู่บนบัลลังก์ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ ได้ผจญมารพร้อมเหล่าเสนา พญามารได้กล่าวหากับพระองค์เกี่ยวกับสถานที่นั้นว่า "ที่ตรงนั้นเป็นของข้า เจ้าจงลุกออกไปเสียโดยเร็ว"

พระองค์ทรงสงบสำรวมในวิหารธรรม หาได้สนพระทัยไม่ กระทั่งพญามารกล่าวอย่างนั้นถึง ๓ ครั้ง พระองค์จึงได้ตรัสด้วยความสงบว่า "ดูก่อนพญามาร ที่ตรงนี้เป็นของตถาคตมิใช่ของผู้ใด"

"ที่ตรงนั้นเป็นของเรา พวกเหล่าเสนาของเราสามารถเป็นพยาน เจ้ามีพยานหลักฐานใดกันหนอ ที่กล่าวว่าที่ตรงนี้เป็นของเจ้า"

พระองค์ทรงอยู่ในอิริยาบถสงบค่อยๆ ขยับพระหัตถ์ขวาออกจากหน้าตัก คว่ำมือ แล้วมาพาดลงตรงที่เข่า ปลายนิ้วจรดแผ่นดินแล้วตรัสว่า "ที่ตรงนี้เป็นของตถาคตด้วยอำนาจแห่งบารมีที่บำเพ็ญมาทุกภพ ทุกชาติ ที่เป็นบารมี อุปปารมี ปรมัตถบามี บารมีทั้งสามสิบทัศ ขอแม่ธรณีจงขึ้นมาเป็นพยานแก่ตถาคต"

จากนั้นแผ่นดินเลือนลั่น แม่ธรณีได้ผุดโผล่มาจากแผ่นดิน ถวายบังคม นมัสการพระพุทธองค์แล้วกล่าวกับพญามารว่า "พญามาร จงฟัง...ที่ตรงนี้เป็นของตถาคตผู้ตรัสธรรมหมดกิเลสอย่างสิ้นเชิง เป็นผู้บริสุทธิ์หมดจด พระองค์บำเพ็ญบารมีจนเต็มทุกภพ ทุกชาติ ทุกครั้งที่ทรงบำเพ็ญมหากุศล ทรงหลั่งน้ำลงบนแผ่นดิน (กรวดน้ำ) ซึ่งเราธรณีเรารู้ และรับทราบมาโดยตลอดทุกครั้งไป น้ำแห่งมหากุศลที่พระองค์ทรงหลั่งลงพื้นดินนี้มีมากมหาศาลนับสุดจะพรรณนา" พญามารกล่าว "มากขนาดนั้นเชียว ข้าไม่เชื่อดอก"

"หากเจ้าไม่เชื่อ เราจะขยับจับผมมวยของเรา บีบคั้นมัดเป็นเกลียวแล้ว เจ้าจะรู้เองว่าน้ำที่พระองค์ทรงหลั่งลงพื้นธรณีนั้นมากเพียงไหนที่อยู่บนมวยผมของเรา"

จากนั้นพระแม่ธรณีได้แก้มวยผมที่รัดเกล้านั้นออกปล่อยสยายแล้ว รวบบีบมวยผมบิดไปมา น้ำจากผมของแม่ธรณีไหลออกมาอย่างรวดเร็วมากถึงกับเป็นมหาสมุทรท่วมล้น ทำเอาพญามารและพวกต้องลอยคออยู่ในห้วงมหาสมุทรนั้นอยู่นาน ก่อนที่จะอาศัยฤทธิ์เหาะหนีไปปล่อยให้พวกรับกรรม แม่ธรณีกราบบังคมทูลลาแล้วกลับสู่แผ่นดินพร้อมสูบพวกเสนามารนั้นไปทั้งหมดด้วย...

บทความจาก: ธรรมออนไลท์